โจ ไบเดน VS โดนัลด์ ทรัมป์: ไบเดน ‘ไปต่อ’ ลำบาก ทรัมป์ ‘ระเบิดเวลา’

การโต้วาทีเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐรอบแรกเผยให้เห็นปัญหาของ โจ ไบเดน ที่พูดจาติดขัดและทำผลงานไม่ดี ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ พูดจาคล่องแคล่ว กลายเป็นจุดสนใจของสังคม แม้การเลือกตั้งจะยังเหลือเวลาอีก 4 เดือน แต่ความชราภาพของไบเดนทำให้เกิดคำถามว่าเขาควรถอนตัวหรือไม่ นักวิเคราะห์หลายคนเห็นว่าไบเดนควรถอนตัว แม้ว่าทรัมป์จะพูดจาคล่องแคล่ว แต่คำพูดของเขามักปราศจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

ในการโต้วาทีครั้งแรก ไบเดนเสียคะแนนจากลีลาการพูดที่เฉื่อยและพูดผิดซ้ำไปซ้ำมา เสียงแหบแห้งและมีอาการเหม่อลอย ทำให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนขาดความเชื่อมั่นในความสามารถของเขาที่จะบริหารประเทศต่อไป โอกาสที่จะรักษาตำแหน่งได้สำเร็จดูริบหรี่ เนื่องจากเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค

แม้ว่าการโต้วาทีปกติจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนและตุลาคม แต่ครั้งนี้จัดเร็วขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นเพราะพรรคเดโมแครตประเมินว่าไบเดนอาจมีจุดอ่อนมาก จึงฉวยโอกาสที่กระแสเลือกตั้งยังต่ำอยู่เพื่อจัดโต้วาทีก่อน หากไบเดนเพลี่ยงพล้ำไป ยังมีเวลาให้แก้ตัว เป็นยุทธศาสตร์ในรูปแบบ “ซื้อประกัน”

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการแข่งขันของ “ผู้เฒ่าอายุสูงสุด” ในประวัติศาสตร์อเมริกัน ทรัมป์อายุ 78 ปี ไบเดนอายุ 81 ปี แต่ทรัมป์พยายามสร้างภาพลักษณ์ของตนให้ดูหนุ่มกว่า แม้ทรัมป์จะเป็นต่อ แต่ความชราก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ รวมถึงการพูดจาหุนหันพลันแล่นและพฤติกรรมขาดจริยธรรม ทำให้ผู้มีสิทธิต้องคิดหนัก

ผลสำรวจปรากฏว่าทั้งไบเดนและทรัมป์ไม่ใช่ที่นิยมของอเมริกันชน เพราะถูกเกลียดชังทั้งจากความแก่และพฤติกรรม เรียกกันว่า double-haters จำนวนคนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคู่ต่างมีฐานเสียงถาวร การแพ้ชนะขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงที่ Swing States

หากไม่สามารถแย่งชิงคะแนนได้ แต่หากทำให้คู่ต่อสู้สูญเสียคะแนนสนับสนุนได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ การโต้วาทีครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้เห็นจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ไบเดนกล่าวว่าไม่สามารถให้ทรัมป์ขึ้นมาทำลายประชาธิปไตยของสหรัฐ ทรัมป์ตอบโต้ด้วยสไตล์เดิม ๆ โจมตีเดโมแครตเรื่องการสนับสนุนการทำแท้ง ไม่สอดคล้องกับความจริง ขัดต่อหลักตรรกะ ไบเดนพูดจาติดขัด สื่อความหมายไม่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นการรักษาพยาบาล

การประชันวิวาทะจบลง คณะทำงานของไบเดนติดต่อผู้สื่อข่าวเพื่อแก้ตัวว่าไบเดนไม่ค่อยสบาย แต่ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะคือความเลอะเลือน ความเชื่อมั่นลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตามหลักทฤษฎีพรรคเดโมแครตมีสิทธิละเลยผลการเลือกตั้งรอบแรก (primary vote) และเมื่อถึงวาระการประชุมผู้แทนพรรคทั่วประเทศ เสนอบุคคลที่เหมาะสมคนใหม่เพื่อให้ไบเดนถอยออกแบบรักษาหน้าไว้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดที่เหมาะสม

หากพินิจดี ๆ ไบเดนในวัย 81 ปี จะเป็นเจ้าของทำเนียบขาวต่อไปอีก 4 ปีนั้นหรือ? จึงเป็นความกังวลของอเมริกันชน หากทรัมป์เข้าประจำทำเนียบขาวก็อาจสร้างความปั่นป่วนให้แก่ข้าราชการ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐมีผลไม่เพียงต่อสหรัฐ แต่ยังมีผลต่อประเทศทั่วโลกด้วย สถานการณ์ของไบเดนและพรรคเดโมแครตวันนี้เหมือนการอยู่บนหลังเสือ เดินหน้าลำบาก ถอยหลังก็ลำบาก หากคะแนนนิยมของไบเดนลดลง พรรคเดโมแครตอาจต้องเปลี่ยนขุนพลก่อนออกศึกก็เป็นไปได้

Related Post